ทำไมแป้นพิมพ์ ไม่เรียง A B C ...

28 ต.ค. 2552



ทำไม ตัวอักษรในแป้นพิมพ์ทั้งของเครื่องพิมพ์ดีดและคอมพิวเตอร์ ถึงไม่เรียงกันตามลำดับอักษรเช่น A B C

สำหรับการเรียงอักษรบนแป้นพิมพ์ในปัจจุบันนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการเรียง ที่เรียกว่า QWERTY (คิวเวอร์ตี้) ที่เรียกกันอย่างนี้เพราะเป็นการนำอักษร 6 ตัวแรก(เมื่อนับจากซ้ายมาขวา) ของแป้นพิมพ์ที่เป็นตัวอักษรแถวบนมาต่อกัน และถ้าหากจะถามว่าทำไมถึงต้องเรียงแบบนี้ เราคงต้องย้อนกลับไปในอดีตกันซะหน่อย

การเรียงลำดับ อักษรของแป้นพิมพ์ในปัจจุบันนั้น มีที่มาจากข้อจำกัดที่เกิดกับเครื่องพิมพ์ดีดในยุคแรกๆ ที่ยังจัดแป้นพิมพ์แบบเรียงตามลำดับตัวอักษรคือ เมื่อคนที่พิมพ์ดีดได้คล่องและเร็วมาพิมพ์จะทำให้ก้านพิมพ์ดีดขัดกันอยู่ เสมอ ต่อมา คริสโตเฟอร์ ลาแธม โชลส์ วิศวกรเครื่องกลชาวสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ดีดสมัยใหม่รายแรกและได้รับสิทธิบัตรในปี 1868 จึงทำการเรียงลำดับตัวอักษรเสียใหม่ด้วยการแยกตัวอักษรที่มักใช้มาผสมเป็นคำ ร่วมกันบ่อยๆ ออกไปอยู่กันคนละฝั่งของแป้นพิมพ์ เพื่อทำให้นักพิมพ์ดีดพิมพ์ได้ช้าลงกว่าเดิม จะได้ไม่เกิดปัญหาก้านพิมพ์ขัดกันอีก

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกผู้คนยังคงไม่นิยมเครื่องพิมพ์ดีดของเขามากนัก ทำให้โชลส์ตัดสินใจขายสิทธิบัตรดังกล่าวให้กับทางบริษัท เรมิงตันอาร์มคอมพานี ในปี 1973 ซึ่งปรากฏว่าหลังจากที่ทางเรมิงตันผลิตเครื่องพิมพ์ดีดออกมาจำหน่าย ความนิยมในตัวเครื่องพิมพ์ดีดกลับเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

ใน เวลาต่อมา ปรากฏว่ามีผู้พยายามจัดเรียงตัวอักษรบนแป้นพิมพ์เป็นแบบต่างๆ ซึ่งแบบที่ได้รับความนิยมมากหน่อยก็อย่างเช่น แบบ DVORAK ซึ่งเคยมีการบอกกล่าวกันว่าการเรียงในรูปแบบนี้จะทำให้พิมพ์เร็วขึ้น จนทางห้างร้านบริษัทหลายแห่งเริ่มนิยมกันอยู่พักหนึ่ง แต่ว่าในปี 1956 ทาง General Services Administration ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่หน่วยงานอื่นๆของรัฐ ได้ทำการศึกษาการจัดแป้นพิมพ์ทั้ง 2 แบบ และก็พบว่า การจัดแบบ QWERTY นั้น ทำให้พิมพ์ได้เร็วเท่ากับหรือมากกว่าแบบ DVORAK ทำให้ความนิยมของการจัดแป้นพิมพ์แบบ DVORAK ลดลงไป

ทั้ง นี้ หลายคนอาจจะคิดว่า ปัจจุบันเราก็ไม่ได้นิยมใช้พิมพ์ดีดแบบเมื่อก่อนแล้ว ดังนั้นปัญหาเรื่องก้านพิมพ์ขัดกันก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาต่อไป แล้วทำไมเราจึงไม่เปลี่ยนกลับไปใช้แป้นพิมพ์แบบเรียงตามตัวอักษรเหมือนก่อน ซึ่งคำตอบสำหรับคำถามนี้หลายคนคงพอเดากันได้ว่าเป็นเพราะ เราคุ้นเคยและเคยชินกับแบบ QWERTY จนไม่อยากจะกลับไปเสียเวลาเริ่มนับหนึ่งกับแบบเดิมเสียแล้ว

ปล. แป้นพิมพ์ภาษาไทย ก็ให้เหตุผลเดียวกัน

ตายายหมั่นท่องเน็ต ป้องกันสมองไม่ให้เสื่อมลงไปตามวัยได้

24 ต.ค. 2552



รายงานสมาคมประสาทฯ ในสหรัฐฯ ระบุว่า อินเทอร์เน็ตช่วยกระตุ้นเซลล์สมอง โดยเป็นการฝึกสมองง่ายๆ แก่ปู่ ย่า ตา ยาย ไม่แพ้การอ่านหนังสือ...

บรรดาลูกๆ หลานๆ อาจจะช่วยคนรุ่นปู่ย่าตายาย ให้ใช้สมอง ด้วยการฝึกให้ท่องอินเตอร์เน็ตอยู่ประจำ จะช่วยป้องกันสมองไม่ให้เฉื่อยลงตามวัย หากปล่อยไว้อาจจะลงเอยด้วยการเป็นโรคสมองเสื่อมศาสตราจารย์วิชาประสาทวิทยาศาสตร์และพฤติกรรมมนุษย์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ

อาจารย์แกรี สมอลล์ ได้ศึกษาพบจากการสังเกตกลุ่มชายหญิงสูงอายุของสหรัฐฯ วัยระหว่าง 55-78 ปี 24 คน ซึ่งครึ่งหนึ่งท่องเน็ตอยู่ประจำ นอกนั้นไม่ได้ทำ

ได้ผลว่า การเข้าเน็ตมีผลให้กระตุ้นสมองส่วนที่เกี่ยวกับความจำและการตัดสินใจได้ไม่แพ้การอ่านหนังสือ และ มันยังเกิดผลภายหลังอยู่นาน แม้ว่าจะเลิกเล่นไปรายงานผลการศึกษา เพื่อเสนอต่อที่ประชุมประจำปีของสมาคมประสาทวิทยาศาสตร์แห่งอเมริกา ได้สรุปว่า การท่องเน็ตได้ช่วยกระตุ้นเซลล์สมอง มันอาจจะเป็นวิธีการฝึกสมองง่ายๆ รูปหนึ่ง ซึ่งช่วยส่งเสริมสติปัญญาในหมู่ผู้สูงอายุ.

เปิดบลูทูธทิ้งไว้ระวังถูกขโมยข้อมูล

12 ต.ค. 2552


อย่างที่ทราบกันดีว่า "โทรศัพท์มือถือ" มีบทบาทอย่างมากในชีวิตของเรา และจากความต้องการที่มากขึ้น ผู้ผลิตจึงพยายามสนองความ ต้องการเหล่านั้นผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัยในมือถือ อาจนับได้ว่ามีมือถือก็เหมือนมีคอมพิวเตอร์แบบพกพา เพียงปลายนิ้วก็สามารถโอนเงินผ่านธนาคาร-ถ่ายรูป-ถ่ายคลิป-ฟังเพลง ฯลฯ
แต่เพื่อนๆ ทราบรึเปล่าว่า จากความสะดวกสบายเหล่านี้ก็อาจเป็นช่องทางให้เหล่ามิจฉาชีพขโมยข้อมูลต่างๆ ได้เพียงปลายนิ้วมือ ด้วยการเจาะข้อมูลรหัสผ่านมือถือที่เปิดสัญญาณบลูทูธทิ้งไว้ ซึ่งที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายคนอาจไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้นัก แต่ใครจะรู้ล่ะเพื่อน ๆ อาจตกเป็นเหยื่อไปแล้วก็ได้ ?
จากการพัฒนาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้ปัจจุบันหลายคนนิยมเก็บข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ไว้ในโทรศัพท์มือถือ นี่จึงเป็นอีกช่องทางให้เหล่ามิจฉาชีพพยายามเชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธกับโทรศัพท์มือถือของเหยื่อเพื่อดึงข้อมูลสำคัญ
ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์ ผู้อำนวยการโปรแกรมเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคง ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ให้ความรู้เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า โดยทั่วไปคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจะมีโปรแกรมค้นหาสัญญาณบลูทูธ เมื่อเปิดขึ้นจะสามารถเห็นว่ามีผู้ใด ใช้บลูทูธอยู่ในรัศมี 10 เมตร คนร้ายจะพยายามใส่รหัสผ่านเพื่อเชื่อมต่อ แต่หากเหยื่อตั้งรหัสผ่านง่ายก็สามารถดึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันถ้าโทรศัพท์ตั้งชื่อให้คล้ายเหล่าคนดังก็ยิ่งกระตุ้นให้คนร้าย อยากเข้าไปดึงข้อมูลมากขึ้น
“มือถือรุ่นเก่าๆ ที่มีบลูทูธหลายรุ่นไม่มีระบบป้องกันทำให้คนร้ายไม่ต้องสุ่มตัวเลขรหัสผ่าน แต่สามารถดึงข้อมูลได้ทันที ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมากหากเปิดบลูทูธเข้าไปในที่ชุมชน เนื่องจากคนร้ายสามารถเลือก เข้ามาดึงข้อมูลได้อย่างสบาย”
สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ คนร้ายอาจใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือ เพื่อเป็นเสาอากาศให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถค้นหามือ ถือที่ใช้บลูทูธได้ในรัศมีไกลถึง 200 เมตร หรือหากมีความรู้อาจ สามารถเพิ่มความแรงของการค้นหาคลื่นได้ โดยอุปกรณ์เหล่านี้หาซื้อได้ในท้องตลาดทั่วไป
ส่วนใหญ่คนร้ายต้องการข้อมูลบัตรเครดิตที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ สามารถโอนเงินเข้าไปในบัญชีอื่นได้ ตลอดจนภาพหรือคลิปที่เหยื่อถ่ายไว้เพื่อข่มขู่รีด ไถเงิน โดยจะทำทีติดต่อเจ้าของเครื่องต่อรองขอเงินแลกกับภาพหลุดที่โหลดได้ หากไม่ยอมทำตามจะนำภาพและคลิปเหล่านั้นไปประจานตามเว็บไซต์ต่างๆ ขณะเดียวกันบรรดาดาราและบุคคลสาธารณะเป็นอีกเป้าหมายที่กลุ่มคนเหล่านี้ต้องการลักข้อมูลบนมือถือเพื่อนำไปต่อรองรีดไถเงินหรืออาจนำภาพไปขายให้ กับบรรดาสื่อดาราต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน
“ที่ผ่านมาหลายคนอาจโดนลักข้อมูลบนมือถือไปหลายคนแล้ว แต่เราไม่รู้ตัวเนื่องจากข้อมูลในโทรศัพท์ก็ยังอยู่ เหมือนปกติทำให้ผู้ใช้ไม่เกิดความสงสัย ขณะเดียวกันการ จับกุมคนเหล่านี้ก็เป็นไปได้ ยากเนื่องจากต้องใช้เวลาในการตรวจสอบนานพอสมควร”
ฟังมาถึงตอนนี้ เพื่อน ๆ หลายคนเริ่มเกิดความกังวลกันแล้วว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นกับเรารึเปล่า???
สำหรับวิธีการหลีกเลี่ยงไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของเจ้ามิจฉาชีพนั้น เพื่อนๆ ต้องสำรวจข้อความให้ดีก่อนตอบรับข้อความใดๆ เพราะเมื่อคนร้ายกรอกรหัสผ่านถูกต้องจะมีสัญญาณเตือนให้รับการเชื่อมต่อในเครื่องที่มีระบบป้องกัน แต่บางคนที่กำลังทำธุระอยู่อาจเกิดความรำคาญและตอบรับโดยไม่ดูข้อความให้ถี่ถ้วนก็จะตกเป็นเหยื่ออย่างง่ายดาย
ดังนั้นจึงอยากจะขอเตือนเพื่อน ๆ ไว้เลยว่า อย่าเปิดบลูทูธไว้ตลอดเวลา เพราะจะทำให้ง่ายต่อการดึงข้อมูลหากคนร้ายสะกดรอยตามเพื่อโจรกรรมข้อมูล ทางที่ดีควรใช้เมื่อต้องการใช้จริง ๆ เช่น เมื่อนั่งใทานข้าวแล้วเปิดบลูทูธเชื่อมต่อกับหูฟังเพื่อฟังเพลงไปด้วยอาจทำให้คนร้ายที่นั่งอยู่บริเวณนั้นง่ายต่อการเจาะข้อมูล
และสำหรับโทรศัพท์มือถือที่มีระบบป้องกันต้องพยายามตั้งรหัสผ่านให้ยากต่อการเดาสุ่ม เพราะจะทำให้คนร้ายต้องใช้เวลานานในการเข้าถึงข้อมูล แต่หากตั้งรหัสง่ายก็ย่อมเข้าถึงข้อมูล ได้อย่างรวดเร็ว
อีกสิ่งหนึ่งที่ควรจำไว้คือ ไม่ควรตั้งชื่อเครื่องให้เหมือนกับคนดังเพราะจะทำให้คนร้ายมีความพยายามดึงข้อมูล ซึ่งหากเป็นบุคคลนั้นจริงและมีคลิป หรือข้อมูลที่ล่อแหลมสามารถนำไปขายให้กับผู้อื่นได้ในราคาสูง
นอกจากนี้การนั่งอยู่กับที่นานๆ จะทำให้สัญญาณบลูทูธมีความเสถียรง่ายต่อการเข้าถึง ซึ่งจุดเสี่ยงคือ ตามย่านห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่วัยรุ่นนิยมไปนั่งสังสรรค์กันเป็นเวลานาน แม้แต่อยู่ในบ้านก็ตาม หากคนร้ายมีความต้องการข้อมูลเพื่อนำไปขายอาจใช้เครื่องส่งสัญญาณที่ดัดแปลงให้มีระยะไกลกว่าเดิมเพื่อดึงข้อมูลก็ได้
คิดๆ ไปแล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะในอนาคตหากระบบโทรศัพท์ 3G แพร่หลายในประเทศไทย ก็จะทำให้มือถือมีลูกเล่นเพิ่มมากขึ้น การโจรกรรมข้อมูลเหล่านี้ยิ่งเพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะคนเริ่มหันมาทำธุรกรรมการเงินผ่านระบบมือถือมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้คนร้ายโจรกรรมได้ ...
ยังมีอีกกรณีนึงที่น่าสนในเพื่อน ๆ ลองสังเกตตามป้ายรถเมล์ที่มีการโฆษณาสินค้าโดย ให้โหลดตัวอย่างโฆษณาผ่านบลูทูธ อาจเป็นอีกจุดเสี่ยงที่เหล่ามิจฉาชีพลักลอบดึงข้อมูล ซึ่งจากกรณี้น้องๆ จะต้องระมัดระวังให้มากเลย

ระวังข้อมูลส่วนตัวบนบล็อก

เดี๋ยวนี้ถ้าจะพูดถึงภัยแฝงใกล้ตัววัยรุ่นนอกจากภัยจากมิจฉาชีพที่มาในรูปแบบของการหลอกลวงแบบเนียนๆ ซึ่งๆ หน้าแล้ว ตอนนี้ยังมีภัยแฝงในรูปแบบออนไลน์เพิ่มขึ้นมาอีก
แน่นอนว่าเพื่อน ๆ สมัยนี้มีงานอดิเรกอย่างนึงที่ถ้าใครไม่ทำก็คงจะต้องเอ้าท์สุดๆ นั้นก็คือ การเล่น “เว็บบล็อก” ต่างๆ มีเพื่อน ๆ หลายคนที่เล่นกันจนติดทั้งวันทั้งคืน ไม่ยอมทำอะไรอย่างอื่น แถมพอมีคนแอดมาขอเป็นเพื่อนก็รับไว้แบบไม่ยั้งคิด ซึ่งพฤติกรรมนี้มีนักจิตวิทยาหลายคนได้อธิบายว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าวัยรุ่นมีอุปนิสัยที่อยากจะเปิดเผยตัวเองนั่นเอง
จากการศึกษาผลกระทบทางสังคมออนไลน์ดังกล่าว ได้มีการเริ่มต้นสำรวจมุมมองของสมาชิกออนไลน์ 300 คน พบว่าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 12-40 ปี เป็นนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มคนทำงาน ต้องการให้สังคมรับรู้ถึงการมีตัวตน และนิยมเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากกว่าที่ผ่านมา โดยกลุ่มคนที่ใช้ระบบ social networking ดังกล่าวให้เหตุผลกว่าสังคมออนไลน์ทำให้พบเพื่อน ซึ่งเพื่อนที่กล่าวถึงก็คือเพื่อนที่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่ห่างหายไป หรือขาดการติดต่อเป็นเวลานาน รวมถึงเพื่อนใหม่ในโลกอินเตอร์เน็ตมีจำนวนสูงถึง 500 คน จากการอยู่ในสังคมออนไลน์เพียงไม่นาน
นี่เองอาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการถูกล่อลวงทั้งทรัพย์สินและการล่อลวงเพื่อก่ออาชญากรรมทางเพศ หลังจากรู้จักและพูดคุยผ่านเว็บล็อก ไม่เพียงแค่นั้นยังรวมไปถึงธุรกิจผิดกฎหมายอย่างการแอบแฝงขายบริการทางเพศด้วย
สิ่งที่หน้าเป็นห่วงที่สุดในตอนนี้คือความตระหนักคิดของวัยรุ่นผู้ใช้บริการเว็บบล็อกต่างๆ ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว โดยไม่มองว่าข้อมูลที่เปิดเผยจะส่งผลร้ายหรือถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ดี ไม่กลัวที่จะถูกล่อลวง โดยเชื่อว่าสามารถเอาตัวเองรอดได้ และคิดว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นกับเพื่อนมากกว่าการที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง

เล่น"เฟซบุค"ระวังโจรนำประวัติไปแอบอ้าง


มีคำเตือนถึงผู้ใช้เว็บไซต์สังคมออนไลน์ ‘เฟซบุค’ ว่า พวกเขากำลังทำให้ตัวเองเสี่ยงที่จะถูกนำชื่อไปแอบอ้างฉ้อโกง แม้จะโพสต์ข้อมูลส่วนตัวไว้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
ข้อมูลจากรายการโทรทัศน์ ‘วอตช์ด็อก’ ซึ่งเป็นรายการเพื่อสิทธิผู้บริโภคของช่องบีบีซีระบุว่า มิจฉาชีพสามารถเปิดบัญชีธนาคาร และทำบัตรเครดิตได้ เพียงแค่มีข้อมูลซึ่งปรากฏอยู่บนเว็บเพจของสมาชิกเฟซบุค
รายการดังกล่าวทำการสมัครสมาชิกเฟซบุคโดยใช้ชื่อว่า “แอมบา เฟรนด์” และโพสต์รูปการ์ตูนซึ่งเป็นผู้หญิงในช่วงวัย 20 ปี ไว้บนหน้าประวัติของเฟซบุค และสุ่มติดต่อคนไป 100 คน เพื่อเชิญให้คนเหล่านั้นมาเป็นเพื่อนกับเธอ
ในจำนวนนั้น มี 35 คนที่ตอบกลับมา แม้จะไม่รู้เลยว่า “แอมบา เฟรนด์” เป็นใคร เมื่อตอบรับว่าเป็นเพื่อนกันแล้ว จึงทำให้ทีมงานของวอตช์ด็อก ได้ทราบข้อมูลส่วนตัวของคนเหล่านั้น
หนึ่งในผู้ที่ตอบรับเป็นเพื่อนกับตัวละครที่ทางรายการสมมติขึ้นก็คือ สกอตต์ โกลด์ อายุ 23 ปี ซึ่งข้อมูลส่วนตัวของเขาที่อยู่บนเว็บเฟซบุคมีทั้งวันเกิดและบ้านเกิดเมือง นอน โดยทีมงานนำข้อมูลเหล่านั้นไปหาข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ที่เปิดให้ เข้าชมได้ทั่วไป
เมื่อทีมงานมีข้อมูลเหล่านั้น พวกเขาก็สามารถเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์โดยใช้ชื่อของโกลด์ และสามารถยื่นเรื่องสมัครบัตรเครดิตได้สำเร็จ

ความหมายของคำว่า ICT

17 ก.ย. 2552


ICT มาจาก

Information สารสนเทศ, สารนิเทศ, ในบางครั้งหมายถึงข้อมูล

Communication

การสื่อสาร

Technology เทคโนโลยี

หมายถึง

เทคโนโลยีที่ใช้จัดการสารสนเทศ การสื่อสาร เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การรวบรวมการจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ ซึ่งรวมไปถึงการให้บริการ การใช้ และการดูแลข้อมูล